Samsung Galaxy S5 Workshop By Pantip.com

ช่วงนี้ตะลุยงานบ่อยมากตามประสาของคนหน้าตาดีแบบผม.. เย้ย อย่าเพิ่งปิดกระทู้หนีกันสิ อ่านต่อๆ

ต่อจากงาน Nokia เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เช้านี้ก็มาโผล่งาน Samsung ที่โรงแรม InterContinental Bangkok เพื่อจับเจ้านี่!

S5 (1)

Galaxy S5 ที่เพิ่งเปิดตัวในไทยเมื่อวานจ้าาา ถือเป็นครั้งแรกที่ User ทั่วไปได้มาลองจับมือถือเรือธงแห่งปีเลย ก็ขอขอบคุณ Pantip.com และ Samsung มา ณ ที่นี้ด้วยครับ

เอาล่ะ มาดูบรรยากาศภายในงานกัน

S5 (2)

เริ่มกันที่น้องเพี้ยนแห่ง Pantip.com <3

ติ่งระดับคุณแม่ผม [?] ก็ไม่พลาดที่จะถ่ายรูปแชะๆ XD

S5 (3)

เดินต๊อกแต๊กอีกนิดก็จะเจอ Galaxy S5 เครื่องยักษ์กำลังเล่นสงกรานต์

S5 (4)

แหม่ จอมันใหญ่อย่างที่เค้าล่ำลือกันจริงๆ [อ้าว เป็น Stand เหรอ :P]

S5 (5)

ลงทะเบียนเข้างานพร้อมรับถุงผ้า + พวงกุญแจน้องเพี้ยน

S5 (6)

S5 (7)

10 โมงกว่าๆ Samsung Social Media Manager คุณปอง จักรพงษ์ คงมาลัยก็ขึ้นมาพูดเปิดงาน Staff เข้ามาแจกเครื่องทดลอง และทุกอย่างก็เริ่มขึ้น

[รูปต่อไปนี้ถ่ายโดย Galaxy S5 แบบ No Photoshop]

S5 (8)

Galaxy S5 เป็นมือถือ Android แห่งปีของ Samsung ที่ต่อยอดจาก Galaxy S4 โดยการออกแบบตัวเครื่องส่วนใหญ่ก็ยังเป็น Plastic เหมือนเดิม

ส่วนการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือฝาหลังที่เป็นลายจุดและมีตัววัดอัตราการเต้นของหัวใจข้างๆ Flash

 S5 (9)

แต่ถ้าลองดูดีๆ อีดนิดจะเห็นว่าช่องต่อ Micro USB 3.0 สำหรับชาร์จและ Sync ข้อมูลจะมีฝาปิดมาให้เพราะมันกันน้ำ!

เดี๋ยวจะหาว่าโม้ ทาง Samsung เลยจับแช่น้ำให้ดูเลย!

S5 (10)

ส่วนตัวชอบมากๆ ที่ Galaxy S5 กันน้ำกันฝุ่นได้ตามมาตรฐาน IP67

เลขด้านหน้าคือ “ความสามารถในการกันฝุ่น” [6 = กันฝุ่นสมบูรณ์แบบ]

ส่วนเลขด้านหลังคือ “ความสามารถในการกันน้ำ” [7 = กันน้ำลึก 1 ม.ได้นาน 30 นาที]

โดยยิ่งเลขสูงยิ่งดี :)

นอกจากความสามารถในการกันน้ำกันฝุ่น กล้องก็น่าจะเป็นจุดขายอีกอย่างของ Galaxy S5

แน่นอน.. เรื่องกล้องถ้าไม่ลองถ่ายเองก็ไม่รู้ และ Samsung ก็ไม่พลาดอยู่แล้ว เลยจัดของเล่น 2 ชิ้นให้ลองถ่ายกันทุกคน เอ้า ถ่าย!

S5 (11)

HDR + Selective Focus คือ 2 Feature หลักที่จะช่วยให้รูปของเราสวยขึ้น

HDR ของ Samsung น่าจะเป็นเจ้าแรกที่เป็น HDR แบบ Live ทั้งการถ่ายรูปและ Video เลย

พูดง่ายๆ ว่าภาพที่เราเห็นบนจอคือภาพจริงๆ ที่กล้องสามารถจะถ่ายได้ ไม่ต้อง “ถ่ายแล้วลุ้น” ว่าภาพจะออกมาดีมั้ยอีกแล้ว

ส่วน Selective Focus เป็นการ “ถ่ายแล้วเลือก” Focus ทีหลังได้ว่าจะให้ “หน้าชัดหลังเบลอ” หรือ “หน้าเบลอหลังชัด” หรือชัดทั้งภาพก็ได้เหมือนภาพรถของเล่นด้านบน

แต่ข้อเสียอย่างนึงคือใช้เวลาถ่ายรูปนานและรูปที่ได้จะมีขนาดใหญ่มาก เพราะเป็นการเอารูปหลายระยะ Focus มารวมเป็นรูปเดียว

[จิ้มเบาๆ ดูรูปเต็มๆ จาก Galaxy S5 ที่นี่]

สรุปว่ากล้องไม่ได้ Perfect แบบ Lumia 1020 แต่ก็ค่อนข้างพอใจ ถ่ายชัด สีสวย และจับ Focus เร็วมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

จริงๆ ผมถ่ายรูปเยอะเหมือนกัน แถมถ่าย Video ด้วย แต่ตอนไปถ่ายรูปหมู่ Staff ก็เก็บเครื่องไปแล้ว ยังดูดรูปไม่หมดเลย แงงงง T T

งั้นมาดูฟาก Software ต่อเลยนะครับ

1. S Health

เมื่อ Hardware อย่างตัววัดอัตราการเต้นของหัวใจ + Galaxy Gear Fit และ Software อย่าง S Health มารวมกันก็จะเกิดเป็นโกโก้คระ.. ไม่ใช่ละ เมื่อมี S Health จะทำให้เราดูแลสุขภาพได้ดีขึ้นต่างหาก!

ปีนี้ Trend ด้านสุขภาพกำลังมา และ S Health ของ Galaxy S5 ก็ตอบโจทย์เรื่องนี้เหมือนกัน ส่วน Apple ที่ว่ากันว่ากำลังพัฒนา Wearable Device ด้านสุขภาพมาสักพัก [ใหญ่ๆ] ก็ยังไม่ออกมาสักทีจนอาจเป็นข่าวลืมไปแล้ว แต่ผมก็ยังรออยู่นะ :P

S Health คือผู้ช่วยดูแลสุขภาพของเรา ทำได้ตั้งแต่นับก้าวการเดิน การออกกำลังกาย และในปีนี้ก็ได้เพิ่มการวัดอัตราการเต้นของหัวใจเข้ามา

ส่วนตัววันนี้ผมได้ลองแค่การวัดการเต้นของหัวใจ [หลังจากจัดกาแฟฟรีไป 3 แก้ว ใจสั่นเลย Orz] เพราะเวลาค่อนข้างจำกัด ใช้เวลาวัดแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น

2. Scan ลายนิ้วมือ + Private Mode

S5 (12)

หลังจาก iPhone 5S มี Feature นี้ Samsung ก็ไม่พลาดที่จะนำมาใส่บนมือถือเรือธงแห่งปี

โดยเราสามารถ Scan ลายนิ้วมือเพื่อปลด Lock มือถือ / Login บัญชี Samsung / ซื้อของผ่าน PayPal คล้ายกับ iPhone

ต่างกันที่ Galaxy S5 “ต้องรูดนิ้ว” ลงมาบริเวณปุ่ม Home ส่วน iPhone “แค่แตะค้าง” ก็ใช้ได้แล้ว

ส่วนตัวชอบแบบ iPhone มากกว่าครับ สะดวกกว่าเยอะ

และ Samsung ยังมีข้อจำกัดที่ต้องรูดให้ “ตรง” กับลายนิ้วมือที่เราบันทึกไว้ด้วย ไม่งั้นจะไม่ผ่านนะจ๊ะ

แต่จุดนี้คุณ @kafaak แนะนำว่าให้บันทึกลายนิ้วมือหลายๆ มุมครับ :D

ต่อเนื่องกับ Feature ด้านความปลอดภัยอีกตัว

S5 (13)

Private Mode ก็คือ “ห้องแห่งความลับบนมือถือ” นั่นเอง มีอะไรลับๆ ก็เก็บที่นี่ ถ้าอยากจะดูก็แค่รูดนิ้ว / ใส่รหัสผ่าน เหมาะมากสำหรับมือถือที่ใช้ด้วยกันหลายคน แฮ่!

3. Kids Mode

ตามชื่อเลย Mode สำหรับเด็ก ผมไม่ได้ลองเลยไม่ขอพูดถึง เพราะต้องไป Load เอาเอง แต่ดู Demo แล้วก็โอเค ให้เด็กเล่นนู่นนี่นั่น

4. Ultra Power Saving Mode [ชื่อยาวจัง – -“]

อันนี้เป็น Mode ประหยัดแบตให้เราใช้ได้นานขึ้น ชอบมากกก

S5 (14)

[จิ๊กรูปมาจาก Web Samsung XD]

เปิดปุ๊บมือถือจะปรับสีหน้าจอเป็นขาวดำและจำกัดการใช้งาน App เหลือแค่ที่จำเป็นจริงๆ [โทร / SMS / Internet / และอีก 3 App ให้เลือกได้]

โดย Samsung Claim ว่า “ถึงแบตจะเหลือ 10% ก็ใช้ได้อีก 24 ชม.” เย้ยยย จริงดิ? o_O!!!

ส่วนตัวอยากลองมากกว่านี้ แต่เพราะเวลาจำกัดอีกแล้ว แง่งงง แต่ถึงไม่ได้ลองจริงจังก็ยังชอบ Idea นี้มาก เชื่อว่าจะทำให้ชีวิตเราตอน “ลืมที่ชาร์จ” ดีขึ้นเยอะๆๆ

S5 (15)

โอเค ก็ประมาณนี้ครับสำหรับ Galaxy S5

ถือว่าเป็นการลด “อะไรล้นๆ” ของ Galaxy S4 แล้วเพิ่มอะไรที่ “ใช้ได้จริง” และ “ได้ใช้จริงๆ” [ซะทีนะ ฮ่าๆ] ถ้าพูดแบบเท่ๆ เค้าเรียกว่า “User-Centered Design” – -v

แต่ด้าน Hardware ก็ดูเหมือน Galaxy S4 Minor Change จริงๆ แหละ

แต่คหสต.ก็ยอมรับค่ะ.. ว่าชอบ Design เหลี่ยมๆ ของ Sony Xperia Z2 มากกว่า :P

S5 (16)

รูปสุดท้ายจาก Galaxy S5 คุณครูกาฟากกำลังสอน ส่วนนักเรียนบอยกำลังฟังอย่างตั้งใจ ด้านหลังน้องเพี้ยนกำลังต้มมาม่ารอ 55555

S5 (17)

ถ่ายรูปนิ๊สนึง แชะๆ

เฮ้ย ไอ่ตัวเขียวๆ ข้างล่างคืออะไรฟร่ะ XD

S5 (18)

คุณแม่ถ่ายให้ 3 รูปลงหมดเลย เอ้า ไม่ได้อะไรนะ แต่ก็เขียนงาน Samsung ก่อน Nokia ด้วยอ่ะ ฮ่า

S5 (19)

สุดท้ายก็ขอขอบคุณ Samsung TH + Pantip.com สำหรับงานดีๆ ด้วยนะก๊ะ XD

S5 (20)

PS. ได้ข่าวว่าเดี๋ยวจะมี Pantip.com for Mobile Site ด้วย เย้!

PS. เมื่อกี้คุณปอง + Samsung Mobile TH Follow ทวิตด้วย ม้วนตัวๆ >w<

Advertisements