5 วิธีดูแล Facebook Page แบบบ้า[น]ๆ

1 ปีก่อน.. จู่ๆ คุณเพื่อนก็ขอให้ไปช่วยทำเพจของกรรมการนักเรียน

John's Son

ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้เป็นกรรมการด้วยซ้ำ จนกลายเป็นทำแทนไปละ – –

ตอนนั้นมีโอกาสช่วยคุณ Nawzil กับคุณ Diogo เกี่ยวกับ App ดูแล Page บน Windows Phone ที่ตอนนั้น Facebook ยังไม่ทำให้ก็เลยเซย์เยสไป

ซึ่งเมื่อวานนี้เป็นวันครบรอบ 1 ปีเพจพอดี ถึงเวลายกให้รุ่นน้องทำต่อ เลยขอสรุปจากประสบการณ์ง่อยๆ เป็น 5 ข้อที่สำคัญที่สุดในการการดูแล Page ดังเน้!

0. คิดชื่อ Page ดีๆ

ชื่อคือทุกอย่างเลยครับ มีผลแบบหน้ามือเป็นหลังเท้า

ชื่อและ Content ต้องสัมพันธ์กัน ไม่ใช่ตั้งชื่อไก่กาอะไรไม่รู้

หาจุดประสงค์ของ Page ให้ได้และตั้งชื่อดีๆ

อย่างข่าวสาร พ.ม.นี่เออ คือดี โรงเรียนชื่อย่อพ.ม. ไอ่ Page นี่ก็ข่าวสารโรงเรียนไง ชื่นชมเพื่อนที่ตั้ง

หรือถ้าเป็นศิลปิน / Blogger จะสร้าง Page เผยแพร่ผลงานตัวเองก็ควรตั้งชื่อเป็นนามปากกา / ชื่อจริง เช่น Allenkung1 โอเคเลย เวลาคนเค้ามาหาจะได้เจอเรา

และอย่าลืมใส่ข้อมูลในหน้า About ให้ครบ เค้าจะได้รู้ว่าเราคือใคร

1. เร็ว โปร่งใส เข้าใจตรงกันนะ

ทุกวันนี้ Social Network เป็นเครื่องมือที่สำคัญมากกกกกกกกกกกกก เรียกได้ว่าทุก Brand ต้องมี เพราะเป็นช่องทางที่สามารถ Promote / Campaign / สื่อสารและเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายกว่าเดิม

Satit Feeds (2)

ซึ่งธรรมชาติของการเสพ Content ในปัจจุบันนั้นต้องเร็วๆ ด่วนๆ ไวๆ มาม่า เวลาที่มีคนมาถาม / แจ้งปัญหาต่างๆ เค้าต้องการการตอบกลับอย่างไว เพราะงั้นเราต้องพร้อมตอบตลอดเวลา คือไม่ต้องฟิตขนาดเฝ้าเพจทั้งวัน ตอบกลับภายใน 1 ชม.เนี่ยกำลังดี แต่ห้ามเกิน 24 ชม. เสี่ยง Drama อย่างรุนแรง เวลามีข่าวใหม่ก็เหมือนกัน ต้องแจ้งให้เร็วที่สุด

ที่สำคัญคือต้องโปร่งใส ไม่ต้องกลัวว่าเค้าจะมา Comment / Post ในเรื่องไม่ดี / โวยวาย เพราะมันมีอยู่แล้ว เราต้องรับมือ Support อย่างมีสติ และอย่าแถ อย่าโกหก

ในกรณีที่เรามี Social Network หลายตัว [Web / FB Page / Twitter / IG / บลาๆ] เราต้องให้ข้อมูลตรงกัน ไม่ใช่ตอบในเฟซแบบนี้ ตอบในทวิตอีกอย่าง เพราะงั้น Admin ควรจะมีให้น้อยคนที่สุด และถ้ามี Web / แหล่งอ้างอิงก็ใส่ Link ด้วยนะฮัฟ

2. Caption กระชับ เข้าใจง่าย และเป็นมนุษย์

ทุกวันนี้คนเสพ Content กันเร็ว

ถามว่าเค้าเห็นอะไรบ้าง?

Satit Feeds (3)

แค่นี้แหละ

นี่บน PC นะ มาดูฝั่งมือถือกันบ้าง

Satit Feeds (4)

หลักๆ มีแค่ 2 คือรูป + Caption [จั่วหัว / คำบรรยาย / หัวข้อเปิด / จะเรียกอะไรก็เรียกเถอะ]

ถามว่าถ้าเราใช้นิ้วเลื่อนผ่านๆ บนมือถือจะเห็นอะไรเป็นอย่างแรก?

รูปใช่มั้ย?

ใครไม่ใช่เดี๋ยวต่อยเลย รูปเนี่ยแหละเป็นสิ่งแรกที่จะเตะตา เลื่อนๆ ปุ๊บ ดูรูป 0.5 วิ แล้วก็หยุดดูว่ามันคืออะไร

ซึ่งใช้เวลากวาดตาอ่าน Caption ไม่นานหรอก ประมาณ 5 – 10 วิ

Caption เลยต้องกระชับ เข้าใจง่าย และรูปต้องดึงดูด เพื่อเชิญชวนคนดู + หลอกล่อให้ Action [Like / Share] ต่อ + สร้าง Engagement [เดี๋ยวจะอธิบายทีหลัง]

และที่สำคัญต้องเป็นมนุษย์

Fan Page นี่ก็เป็นคนเหมือนเราๆ

เวลา Post ไปก็ให้เหมือนกับเราคุยกับเพื่อน ไม่ Post แบบทื่อๆ เหมือนหุ่นยนต์ [ยกเว้นเรื่องสำคัญมากจริงๆ ห้ามเล่นมุก] ใส่ Emoji บ้างอะไรบ้าง เค้าจะได้รู้สึกเป็นกันเอง ;)

เช่น

– ข่าวสารเกี่ยวกับ Brand

“โรงเรียนเลื่อนเปิดเทอม!

จากวันจันทร์หน้าเป็นเดือนหน้า [26 มิ.ย.]

หยุดยาวเลยจ้าาา เย้ๆ ^ ^/”

– Share อะไรที่น่าสนใจ เช่น ข่าวดีๆ มีสาระ / กระแสดังๆ / ข่าวที่เกี่ยวกับ Brand ของเรา

Satit Feeds (5)

– ตั้งคำถามบ้าง เนียนให้ Fan Page มาร่วมแจม

“ปิดเทอมแล้ว เย้ๆ เพื่อนๆ มีแผนไปเที่ยวที่ไหนเอ่ย ~”

อะไรแบบนี้ เง้อ ว่าแต่จะเปิดเทอมแล้วสินะ 55555

แต่ไม่ใช่กันเองมากเกิ๊น แบบ เมิงงง วันนี้กุมีข่าวมาบอกล่ะ อะไรงี้นะ – –

นอกจากนี้ก็อาจจะทำ Campaign ประกวดแข่งขัน / ฉลองครบกี่ Like ก็ว่ากันไป ต้องดูด้วยว่า Page ของเราเป็นแบบไหน ถ้าเป็น Brand ที่ทำธุรกิจก็อย่าลืมดูคู่แข่งด้วย

3. ดู Insights บ้าง + ใช้ให้เป็น

Insights เป็นหน้า Stat หลังบ้าน เอาไว้วิเคราะห์ Page

ก่อนใช้ให้เป็นเราต้องรู้คำศัพท์พื้นฐานก่อนฮับ

1. Reach = ค่าที่บอกว่ามีคนเห็น Post เราบน News Feed กี่คน แบ่งเป็น 2 แบบ คือ

– Organic Reach = คนที่เห็น Post แบบปกติ

– Paid Reach = คนที่เห็น Post จากการซื้อโฆษณา โดยปกติถ้าเราซื้อค่า Paid จะมากกว่าแบบ Organic

2. Talking About = ค่าการ Like / Share / Comment ของ Fan Page ที่มีส่วนร่วมกับ Post ของเรา

3. Engagement = ค่าปฏิสัมพันธ์ทั้งหมดที่ Fan Page มีส่วนรวม เช่น กด Like / Share / Comment / Click ที่รูปหรือ Link / กดไปดูที่ Page

ซึ่งทั้ง 3 อย่างนี้มีผลต่อการแสดง Post ของเราบน News Feed แบบหน้ามือเป็นหลังเท้าหมีแพนด้าเลยทีเดียว – -v

Satit Feeds (8)

เช่น ถ้าเค้า [Fan Page] กด Like ทุก Post จาก Page ของเรา [มีปฏิสัมพันธ์เยอะ] เฟซก็จะเอามาให้เค้าคนนั้นเห็นบน News Feed เยอะขึ้น

กลับกัน.. ถ้าไม่มีปฏิสัมพันธ์เลย หรือกด Report / Hide / Unlike เฟซก็จะทำให้เราเห็น Post นั้นน้อยลง

ทั้งหมดนี้ดูได้ที่ Insight จะมีปุ่มอยู่ด้านบน [บนมือถือแนะนำไป Load App Facebook Page Manager]

เอาจริงๆ ค่าเหล่านี้เราไม่ต้องสนใจมาก ไม่ต้องดูตลอด เพราะมันขึ้นๆ ลงๆ แต่ต้องใส่ใจ

สังเกตว่า Page ที่มีคน Like เยอะ แต่ Post น้อย ค่า Talking About ก็จะต่ำ เพราะไม่ได้ Post จะไปมีปฏิสัมพันธ์ได้ยังไง

หรือ Page ที่ซื้อ Like มา ค่า Talking About ก็จะต่ำเช่นกัน เพราะคนที่ Like นั้นไม่มีอยู่จริง เป็นแค่ของปลอม

หน้าที่ของเราคือสร้าง Content คุณภาพ เป็นเอกลักษณ์ มีประโยชน์ สร้างสรรค์ และทำให้คนอื่นอยากจะ Like เรา

และอย่าน้อยใจว่า เฮ้อ ทำไมได้ Like น้อยจัง

น้อย Page นักที่จะได้ Like พุ่งขึ้นมาในวันเดียว นั่นไม่ใช่ความบังเอิญ แต่มีปัจจัยหลายอย่าง เช่นเกิดกระแส / Page ดังๆ เอาไป Share / สื่อหลักเป็นประเด็น / บลาๆ

และจำไว้ว่าอะไรที่มาไว มักจะไปไวเสมอ

ทุก Page ต้องผ่านจุดนี้มาทั้งหมด จงขวิดๆๆ สู้ๆๆ ต่อไป

4. Post ในเวลาที่เหมาะสม

อันนี้ต้องค่อยๆ ดูค่อยๆ ปรับให้เหมาะกับ Page เรา เพราะแต่ละวันเวลาเหมาะกับ Page ที่ต่างกันออกไป ต้องดูว่า Target เราคือใคร และหา Peak Hour ให้เจอ

อย่างข่าวสาร พ.ม.ที่เป็น Page แจ้งข่าวโรงเรียน Target คือนักเรียน + ผู้ปกครอง ถ้า Post ช่วงบ่ายโมงวันจันทร์ก็ไม่โอ เพราะตอนนั้นเด็กเรียนอยู่ จะเล่นเฟซได้ไง ไม่นับแอบเล่นนะ :P

ส่วนวิธีหา Peak Hour ที่คนเล่นเยอะๆ ก็ดูที่ Insights

Satit Feeds (6)

ด้านบนเป็น Stat ของข่าวสาร พ.ม.ช่วงปิดเทอม

จะเห็นว่าคนจะเริ่มเล่นตั้งแต่ 8 โมงเช้าจน Peak ช่วง 4 ทุ่ม

ซึ่งต่างกับตอนเปิดเทอมที่คนจะเริ่มเล่นช่วงเย็น – 4 ทุ่ม

เพราะงั้นเวลาที่เหมาะสุดของข่าวสาร พ.ม.ก็คือเย็น – หัวค่ำ ประมาณทุ่มครึ่งกำลังดี หม่ำข่าวเย็นเสร็จก็มาเล่นเฟซ อิอิ

ส่วนข่าวแบบ Real Time ก็ Post แบบทันทีโล้ด

แต่จะให้มันแพร่กระจายยาวๆ คงยาก เพราะนั่นจะเกิดกับ Page ที่มียอด Like เยอะๆ ทำให้มีคนเห็นเยอะ + ส่งต่อเยอะกว่า

ซึ่งการทำให้ได้ยอด Like เยอะไม่ง่าย มาดูที่ข้อต่อไป

5. สร้าง Content ที่เป็นเอกลักษณ์

ตอนนี้ Facebook ลด Reach เหลือแค่ประมาณ 1 – 2% เท่านั้น

แปลว่าอะไร?

Satit Feeds (7)

สมมติเรามี Fan Page 100 คน เวลาเรา Post ปุ๊บ จะมีคนเห็นแค่ 1 – 2 คน

และถ้า 1 – 2 คนนั้นไม่ Engage [Like / Click รูปหรือ Link / Comment] Fan Page คนอื่นๆ ก็แทบจะไม่ได้เห็น Post นั้นเลย..

นี่เป็นค่าเฉลี่ย แปลว่าจะมี Page จำนวนหนึ่งที่ Reach ต่ำกว่า 1%

ซึ่งจริงๆ Facebook ไม่ได้ดูที่ยอด Like อย่างเดียว เค้าดูที่ Engagement / Talking About / และปัจจัยอื่นๆ ด้วย

เพราะ Facebook เค้าต้องการให้เราซื้อโฆษณาไง Orz

เท่าที่ทราบมา.. งบที่บาง Page ใช้สูงถึงหลักหมื่น / แสนเลยทีเดียว

ซึ่งเราไม่มีงบขนาดนั้น วิธีการเดียวคือต้องสร้าง Content ที่เป็นของเราเอง หาเนื้อหาดีๆ มาใส่ ให้คนน่ารักเห็นแล้วน่า Share และดูแลมันเหมือนแฟนเหมือนลูก

ก็ขอเป็นกำลังใจให้ Admin และฝ่าย Marketing ครับผม สู้ๆ :)

เพราะงั้นถ้าเห็น Post จากข่าวสาร พ.ม. / PhantipDiary ก็ Like เถอะครับ จะได้ไม่เป็นภารของผม #กราบทรีไทม์

Satit Feeds (1)

อนึ่ง.. มีรายละเอียดยิบย่อยเกี่ยวกับ Schedule Post + แถบเครื่องมือ Design ใหม่ของเฟซ ไปดูได้ที่ https://db.tt/d2LX3Fur

อสอง.. เอกสารนี้เขียนให้รุ่นน้อง Admin ข่าวสาร พ.ม.โดยเฉพาะ

อสาม.. อ่านจบแล้วอย่าลืมไปเจิม Like กันได้ที่ Page ส่วนตัว PhantipDiary นะก๊ะ #พื้นที่โฆษณา

Advertisements