Apple Special Event 2014 : สรุปงานเปิดตัว iPhone 6 & Apple Watch !

Special Event ก็จบลงไปแล้ว ข้อมูล iPhone 6 ทุกอย่างก็ตรงตามที่ผมได้เขียนไว้เมื่อ 4 เดือนก่อน

ยกเว้นชื่อรุ่นขนาด 5.5 นิ้ว.. ไม่ใช่ “6L” แต่แตกรุ่นใหม่เป็น “6 Plus” แทน ซึ่งเชยและเห่ยมาก – –

iPhone 6 : Bigger than bigger

“มากกว่าแค่ใหญ่กว่า” คือคำโปรยของ iPhone 6 ที่ผมชอบมากๆ

iPhone 6 (3)

ประโยคเดียวนี่สื่อได้หลายความหมายจริงๆ นะ

เพราะ iPhone 6 ไม่ใช่แค่ “Smartphone จอใหญ่” แต่เป็น “iPhone จอใหญ่”

ไม่ใช่แค่ใหญ่ขึ้น แต่ยังดีขึ้น

เพราะ iPhone 6 มากับหน้าจอ Retina HD ที่ชัดขึ้นมาก

เป็น iPhone ที่ใหญ่ที่สุด บางที่สุด และดีที่สุด.. เท่าที่เคยมีมา

นี่พูดในฐานะสาวก Apple ที่ใช้ Windows Phone เลยนะครับ :P

iPhone 6 (6)

การที่ Apple [กลืนน้ำลายตัวเอง] เพิ่มขนาดหน้าจอให้ iPhone ส่งผลกระทบมากมายจริงๆ ทั้งด้านอุตสาหกรรม IT ไปจนถึงการใช้มือถือในชีวิตประจำวันของเราด้วย

และก็เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ฉลาดมากๆ เพราะ App ที่เราเคยใช้บน iPhone 5S ก็สามารถนำมาใช้ได้บนหน้าจอที่ใหญ่กว่าของ iPhone 6 ได้ทันที !

iPhone 6 (4)

iPhone 6 (51)

iPhone 6 Plus เหนือกว่า iPhone 6 อยู่ 3 ข้อ

1. มี Mode แนวนอน [Landscape View] เพื่อความสะดวกในการทำงานบนจอขนาดใหญ่ ใช้งานได้เหมือน App บน iPad เลย ^ ^]

iPhone 6 (52)

2. OIS หรือ Optical Image Stabilization ระบบกันสั่นเวลาถ่ายภาพ ในระดับ Hardware.. ซึ่ง Nokia Lumia มีมาตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว :)

iPhone 6 (1)

3. Battery ที่สามารถใช้โทรผ่าน 3G ได้นานถึง 1 วันเต็มๆ !

ทั้ง 2 รุ่น 2 ขนาดหน้าจอมาพร้อมกับความจุให้เลือก 16 / 64 / 128 GB และจะเริ่มวางขายในวันที่ 19 Sep นี้

Apple Watch : สุขภาพ + ไร้รอยต่อ

“One More Thing..” ประโยคเด็ดของ Steve ที่ Tim Cook ใช้เปิดตัวนาฬิกาสุดหรู Apple Watch พระเอกของงานนี้

ส่วนตัวชอบชื่อ iWatch มากกว่าแหะ ขอเรียกว่า iWatch แทนได้มั้ย 555

Apple Watch (1)

หน้าจอ iWatch เป็นกระจก Sapphire Crystal ที่มีความแข็งอันดับ 2 รองจากเพชร ใช้งานกับ iPhone ควบคู่กับการหมุนเม็ดมะยม [ปุ่มข้างๆ ที่ Apple ตั้งชื่อว่า Digital Crown หรือมงกุฏดิจิตอล ฟังดูดีเนอะ 55]

เน้นการดูแลสุขภาพ วัดอัตราการเต้นของหัวใจและการเคลื่อนไหวได้ มี App ให้เล่นได้นิดหน่อยแบบขำๆ ดังคลิปด้านล่าง

iWatch มีให้เลือก 3 รุ่น [รุ่นปกติ / Sport / ทองคำ] รุ่นละ 2 ขนาดหน้าจอ และมาพร้อมกับสายนาฬิกาอีก 18 แบบ

ที่น่าสนใจคือมี NFC ที่จะทำงานร่วมกับ iPhone และ “Apple Pay” ครับ

Apple Pay : แตะ ติ๊ด จ่าย จบ

พูดง่ายๆ มันคือกระเป๋าสตางค์ครอบจักรวาลที่จะเปลี่ยนโลก Mobile Payment และทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นครับ

Apple Pay (1)

แค่ผูกบัตร Credit กับ Apple ID และระบบ Apple Pay

แตะนิ้วสแกนลายนิ้วมือที่ Touch ID

เอามือถือหรือนาฬิกาแตะติ๊ดอีก 1 ทีเพื่อจ่ายเงิน

ทุกอย่างจบใน 3 ขั้นตอน

ซึ่งมันปลอดภัยกว่าการเก็บบัตร Credit ไว้ในกระเป๋าสตางค์ครับ

เพราะ 1. ต้องใช้ลายนิ้วมือ [สำหรับ iPhone] หรือการสัมผัสผิวหนัง [สำหรับ Apple Watch] ในการยืนยันตัวตน

2. Apple เค้าคิดมาดี เก็บข้อมูลบัตร Credit และการทำธุรกรรมไว้บน iPhone ของเราเท่านั้น ไม่ถูกส่งออกไปทาง Internet

3. และยังเข้ารหัสข้อมูลระดับ Hardware ในชิป “Secure Element”

ซึ่งถ้าเราทำมือถือหายหรือมีผู้ไม่หวังดีมาแงะเครื่อง ชิปก็สามารถทำลายข้อมูลตัวเองได้ [หรือเราจะสั่งลบข้อมูลผ่าน Find my iPhone ก็ได้]

Apple Pay (2)

ทั้งหมดนี้สามารถใช้งานได้จริงแล้วตอนนี้ใน US ร่วมกับ VISA / MasterCard / American Express

และผมเชื่อว่าในอนาคต Apple ต้องเปิดระบบ NFC ให้นักพัฒนาเอาไปใช้ได้อย่างแน่นอน

ในวันนั้นแหละครับ.. ทุกอย่างจะอยู่บนมือถือ และเราจะจ่ายค่ารถไฟฟ้า BTS ด้วย iPhone กันได้สักที :)

สรุป

– การเปิดตัวครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมากของ Mobile Payment และ Home Automation [ต่อไปจะมีอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่รองรับ iPhone & Android ออกมาเพียบ]

– ราคา iPhone 6 ในไทยยังไม่ออก แต่เดาว่าประมาณ 23,900 – 24,500 บาทพอๆ กับตอนที่ iPhone 5S  เปิดตัว เดี๋ยวจะแจ้งอีกที

10489709_671205679599587_15650095945252533_n

– วันวางขาย iPhone ในไทยจะอยู่ในช่วงต้นเดือน Oct

– ส่วน Apple Watch จะเริ่มวางขายต้นปี 2015

Advertisements